ไลฟ์สดปลิดชีพ “ความคิด”ที่ต้องรู้ทัน ป้องกันการสูญเสีย

4/27/17 1:10 PM




ไลฟ์สดปลิดชีพ “ความคิด”ที่ต้องรู้ทัน ป้องกันการสูญเสีย

1. คนที่ฆ่าตัวตายส่วนใหญ่ เป็นผู้ป่วยเกี่ยวกับสุขภาพจิตหรือไม่ครับ มีวิธีสังเกตอาการหรือไม่อย่างไร

ตอบ แน่นอนว่าการมีสุขภาพจิตที่ไม่ดี นำไปสู่ความคิดฆ่าตัวตาย การวางแผนและสุดท้ายคือการลงมือกระทำ แต่ไม่ได้หมายความว่าสุขภาพจิตที่ไม่ดีนั้นคือโรคทางจิตเวชทั้งหมด เราทุกคนต่างก็ต้องมีช่วงเวลาของชีวิตที่สุขภาพจิตไม่ดีเหมือนกันทุกคน

วิธีการสังเกต ขอแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มนะคะ

กลุ่มแรก กรณีของคนปกติแต่มีความเครียดรุนแรง และ คนเป็นโรคซึมเศร้า กลุ่มนี้อาการก็จะออกมาเป็นลักษณะเก็บตัว พูดน้อย
สีหน้าท่าทางเศร้าหมองตลอดเวลา เป็นยาวนานพอสมควร

กลุ่มที่ 2 คนที่เกิดจากการเป็นโรคจิตประสาทหลอน กลุ่มนี้มักจะท่าทีระแวงว่าจะมีคนมาฆ่าหรือทำร้ายตัวเอง
หรือพูดว่าได้ยินเสียงสั่งให้ทำร้ายตัวเอง

กลุ่มที่ 3 คนที่เกิดอาการมึนเมา หรือประสาทหลอนจากการใช้สารเสพติด
กลุ่มนี้จะคาดเดายาก

2. หากมีภาวะป่วยจะมีวิธีรักษาอย่างไรครับและสามารถหายเป็นปกติได้หรือไม่

อ่า! แน่นอนว่าป่วยก็ต้องมาพบจิตแพทย์คะ รักษาหายได้

3. หากคนที่ฆ่าตัวตายไม่มีอาการหรือวี่แววมาก่อนเลย บุคคลจำพวกนี้ส่วนใหญ่มีเหตุผลอย่างไรถึงต้องฆ่าตัวตาย

อันนี้ขอยกบทความของ ศ.นพ.มาโนช หล่อตระกูล ซึ่งเป็นอาจารย์ที่เคารพรักของหมอมามาตอบนะคะ อาจารย์เขียนไว้ดีมากว่า

• จุดมุ่งหมายของเขา คือเพื่อหาทางออกต่อปัญหา

• เป้าหมาย คือ เพื่อจะได้ไม่ต้องรับรู้อะไรอีกต่อไป

• ปัจจัยกระตุ้น ได้แก่ ความทุกข์ทรมานใจที่ยากจะทนได้

• ปัจจัยบีบคั้น (stressor) ได้แก่ ความผิดหวัง ไม่สมหวัง

• ภาวะอารมณ์ ได้แก่ ความรู้สึกสิ้นหวัง หมดหนทาง

• ความรู้สึกภายใน ได้แก่ ความรู้สึกสองจิตสองใจ

• สภาวะความคิดอ่าน(cognitive state) ได้แก่ คือความคิดหรือการมองสิ่งต่างๆ คับแคบลง

• พฤติกรรม ได้แก่ การพยายามหนีไป ณ ขณะนั้น

• พฤติกรรมที่มีกับผู้อื่น คือ การบ่งบอกถึงเจตนาสิ้นสุดชีวิต

• สิ่งที่พบบ่อย ได้แก่ รูปแบบการปรับตัวต่อปัญหาที่เป็นเช่นนี้มาตลอด

4. การฆ่าตัวตายส่วนใหญ่จะอยู่ในภาวะซึมเศร้า แต่เคสที่ฆ่าตัวตายเพราะหึงหวงส่วนใหญ่ต้องการอะไร และการโชว์ฆ่าตัวตายสดๆ เค้าต้องการอะไร

ในกรณีนี้อยากให้ทำความเข้าใจก่อนว่าการฆ่าตัวตายเพราะหึงหวงไม่ใช่รูปแบบทีเป็นปกติของการฆ่าตัวตาย เพราะการฆ่าตัวตายเอง ความหมายคือการพาตัวเองออกไปจากความทุกข์นั้นโดยลึกๆในใจของผู้กระทำเองจะคิดว่า (ไม่อยากให้ใครเดือดร้อน) สังเกตว่าเค้าจะกระทำในที่ลับตา เวลาเงียบ อยู่คนเดียว ไม่เปิดโอกาสให้ใครได้ช่วยเหลือ

แต่ในกรณีของการฆ่าตัวตายโดยหึงหวงและถ่ายทอดดังเช่นข่าวสะเทือนใจในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา เราในฐานนะของผู้มีชิวิตอยู่และเป็นเพียงผู้เสพข่าว เราควรรับรู้เพียงว่านี่คือการฆ่าตัวตายที่ไม่ปกติ ผู้กระทำต้องการให้คนอื่นรับรู้ ผู้กระทำทำในสิ่งที่ไม่ได้

อยากกระทำ(ความหมายของการประชด) เราไม่ควรคาดเดา หาเหตุผล หรือตัดสินอะไรในกรณีนี้ เพราะไม่มีประโยชน์และจะส่งผลกระทบต่อผู้เกี่ยวข้องที่ยังมีชีวิตอยู่

สิ่งที่ดีที่สุดคือเราได้เรียนรู้อะไรจากการที่ได้รับรู้ข่าวหรือเรื่องราวนี้ เช่น ผลลัพธ์ของการประชด เป็นต้น

5. คุณหมอมีวิธีแนะนำเบื้องต้นอย่างไรไม่ให้คนรอบตัวตกอยู่ในภาวะอยากฆ่าตัวตาย

รับรู้” “รับฟัง” “เข้าใจ” “รับรู้” รู้ว่าเค้ากำลังทุกข์ที่สุดในชีวิต รู้ว่าเค้ามีความคิด รู้ว่าอย่ากลัวกับการถามอย่างตรงไปตรงมาว่า “มีความคิดทำร้ายตัวเองใช่มั้ย?” “ทำอย่างไร?” แค่รู้ว่ามีคนรับรู้ความทุกข์ ใจก็เบาไปกว่าครึ่ง

“รับฟัง” เปิดโอกาสให้เค้าระบายความอัดอั้นตันใจอย่างเต็มที่ พูดให้น้อยตั้งใจฟังให้มาก

“เข้าใจ” เข้าใจสาเหตุของความทุกข์จนเป็นที่มาของความคิดฆ่าตัวตาย และแสดงความเข้าใจนั้นออกมาให้เค้ารับรู้ เช่น โอบกอด ท่าทีห่วงใย น้ำเสียงนุ่มนวล

6. สุดท้ายนี้คุณหมออยากฝากอะไรถึงคนที่กำลังตกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายหรือไม่ และมีข้อปฏิบัติหรือการใช้ชีวิตอย่างไรให้ปลอดภัยจากโรคเครียด โรคภาวะซึมเศร้าจนอยากฆ่าตัวตาย

ความจริงคนเรามีโอกาสที่จะเกิดความคิดฆ่าตัวตายได้ทุกคน ประชดบ้าง อารมณ์ชั่ววูบบ้าง คิดจริงจังบ้าง ต่างกันตรงเราเป็นไปตามความคิดนั้นแค่ไหน ดังนั้นคงไม่มีอะไรสำคัญเท่ากับการมีสติ รู้เท่าทันความคิดของเราเอง แล้วกลับมีความสุขกับปัจจุบัน เพราะนั้นหมายความว่าเราจะมีโอกาสเข้าใกล้คำว่าสมดุลชีวิตได้ง่าย ถึงเครียดก็จะเครียดไม่นาน ถึงเจอปัญหาก็กลายเป็นการเรียนรู้


หากคุณหมอมีคำแนะนำหรือต้องการเสริมข้อมูลอย่างไร รบกวนโปรดพิจารณาด้วยครับ

ขอบพระคุณมากครับ


หมอเอิ้นพิยะดา หาชัยภูมิ

จิตแพทย์นักแต่งเพลง

วิทยากรหัวข้อการใช้ความรักบันดาลความสุข

โค้ชเพื่อการเข้าถึงรักแท้ในตัวเอง