A A A

เพื่อนรัก รักเพื่อน

ทุกครั้ง…หากได้ยินเพลงที่มีเนื้อหาว่าด้วยการแอบรักเพื่อน
ตัวเองมักจะย้อนนึกถึงความทรงจำดีๆ
ความรู้สึกดีๆ
และความสงสัยในบางเรื่อง…ที่ยังค้างคาใจข้างในลึกๆ
ที่มีต่อเพื่อนคนนึง…
พอได้ยินเพลง ‘เพื่อนรัก รักเพื่อน’ ก็ทำให้ความคิดเหล่านี้วาบเข้ามาในหัวอีกครั้ง…


แม้ใจความสำคัญของเนื้อเพลงแอบรักเพื่อนส่วนใหญ่
จะหนีไม่พ้น รักนะ แต่ไม่กล้าบอก หรือ รักนะ แต่ไม่แสดงออก
เพราะกลัวว่าถ้าบอกออกไป เธออาจจะเปลี่ยนไป
เลยต้องเก็บคำนั้นเอาไว้ในใจต่อไป
…แต่มันก็เป็นเช่นนั้นทุกประการ


อาการแอบหลงรักเพื่อน อาจเกิดขึ้นกับใครก็ได้
แรกเริ่มอาการคงคล้ายๆกันหมด คือ แอบรัก ได้แต่แอบมอง หรือขอแค่ได้ใกล้ชิดกันก็พอ
และสิ่งที่ต้องเผชิญเหมือนกันก็คือ ความทรมานที่จะต้องเก็บอาการและความรู้สึกนั้นเอาไว้
ไม่ว่าจะอึดอัด อัดอั้นตันใจแค่ไหน
สุดท้าย…
เหตุการณ์จะดำเนินต่อไปเช่นไร
ท้ายสุดเราจะ ‘กล้า’ เดินเข้าไปบอกเค้าว่ารักหรือไม่
แล้วความสัมพันธ์จะ คืบหน้า ถอยหลัง หรือ...เท่าเดิม
คงลงเอยแตกต่างกัน…



ตัวเองก็เคยเจอเหตุการณ์ทำนองนี้เหมือนกันค่ะ…



เมื่อแปดปีที่แล้ว สมัยยังเรียนอยู่มัธยม
พอเปิดเทอมขึ้นม.ปลายก็ต้องเลือกสาย และย้ายห้องเรียนใหม่
ก็จะมีเด็กใหม่ย้ายเข้ามาเรียนม.ปลายที่โรงเรียนนี้
และเค้าก็เป็นหนึ่งในนั้น ที่ได้เข้ามาเรียนอยู่ห้องเดียวกัน
แม้จะจดจำเรื่องราวในการเจอกันครั้งแรกไม่ได้นัก
แต่ความรู้สึกดีๆที่ได้เห็นหน้าเค้าครั้งแรกกลับยังชัดเจนอยู่เสมอ



จำได้ว่าในห้องเรียนวันแรกต่างคนก็ต่างวางก้นจับจองโต๊ะที่นั่งกันวุ่นวาย
สุดท้ายตัวเองก็ได้โต๊ะที่นั่งอยู่ด้านหลังเค้า และต้องนั่งอย่างนี้ไปตลอดสามปีที่อยู่ห้องเดียวกัน
เจอเข้าอย่างนี้ ก็แอบดีใจสิค่ะ



บ่อยครั้งที่ตัวเองมักจะมีใจจดจ่ออยู่กับการมองแผ่นหลังของเค้า
มากกว่ามองแผ่นกระดานดำหน้าห้องเรียน
และบางทีที่เค้าหันหลังมาคุยกับเรา
ก็ต้องคอยหลบสายตาแทบไม่ทันเลยทีเดียว

วันเวลาพาให้เราได้ค่อยๆทำความรู้จักกันและกัน ทีละนิดๆ
จาก ‘ไกล’ เป็น ‘ใกล้’
จากทักทายด้วย รอยยิ้ม หรือ คำพูด
เปลี่ยนเป็นการ ตบหัว หรือ ตบไหล่ แทนคำทักทายในตอนเช้าที่ได้พบกัน
ทุกวันเราจะคอยหาเรื่องทะเลาะ หยอกล้อ กวนตีนใส่กันได้ตลอดเวลา
…สนุก และ สุข ทุกครั้ง



ตอนนั้นหน้าที่หลักของการมาโรงเรียนไม่ใช่การร่ำเรียนหนังสือ
แต่คือการได้พบเจอเค้าในทุกๆวัน
และกิจวัตรของทุกเช้าเมื่อมาถึงโรงเรียนคือการมองหาเค้าตรงเก้าอี้ม้านั่งหน้าห้องสมุด
ที่ๆเค้าชอบนั่งกับกลุ่มเพื่อนเป็นประจำ
เพื่อเช็คให้แน่ใจ และอุ่นใจว่าเค้ามาถึงโรงเรียนแล้ว
หรือตอนพักกลางวัน ที่บางทีก็แอบทำเนียนไปเดินต่อคิวซื้ออาหารร้านประจำของเค้า
เพียงขอแค่ได้อยู่ใกล้ๆกัน


ความที่เราได้ใกล้ชิดผูกพันกับเค้ามากขึ้น
‘ความรู้สึกดีๆ’ ก็เริ่มเขยิบตามขึ้นเรื่อยๆ และไม่มีท่าทีว่าจะลดน้อยลง
ก็ต้องคอยสะกิดเตือนห้ามใจตัวเองทุกครั้งที่พบกัน
ไม่ให้เผลอกระซิบบอกออกไปว่า เรารักเค้ามากแค่ไหน…


จนถึงวันสุดท้ายของการเรียนมัธยมได้สิ้นสุดลง
แต่ความรู้สึกดีๆกลับไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุดตาม
...จนวินาทีสุดท้าย ตัวเองก็ยังไม่กล้าที่จะเอ่ยถาม หรือบอกว่า ‘รัก’ ซักครั้ง
หลังเรียนจบ…ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปและไม่ได้ติดต่อกันซักระยะ
และก็ไม่รู้ว่าเค้าจะได้เรียนต่อที่มหาลัยไหน
แต่ความบังเอิญที่ทำให้เราได้มาเจอกันอีก เพราะได้มาเรียนต่อที่มหาลัยเดียวกัน
จำได้แม่นว่าคำพูดแรกที่เค้าบอกกับเราเมื่อพบกันอีกครั้งคือ ‘คิดถึงมึงตลอด’



เราแค่ยิ้มไม่ได้ตอบรับอะไรไป แต่หัวใจข้างในมันพองโตจะแตกตายอยู่แล้ว
ด้วยความที่ต่างคนก็ต่างเรียนกันคนละคณะ ทำให้ไม่ค่อยได้เจอกันซักเท่าไหร่
แต่พอได้เจอกันก็ทักทาย พูดคุย และหยอกล้อกัน…เหมือนเดิม
แล้วด้วยเหตุผลบางประการที่เราจะต้องออกจากมหาลัยกลางคัน
และไม่มีโอกาสได้บอกลาเค้าซักคำ
หลังจากนั้นก็แทบไม่ได้ติดต่อหรือเจอกันอีกเลย…


’ความรู้สึกดีๆ’ ที่เก็บดองเอาไว้เนิ่นนาน
จนถึงทุกวันนี้ก็ไม่เคยบอกให้เค้าได้รับรู้
…เช่นกัน
ตัวเองก็ไม่มีทางรับรู้ได้เลยว่าเค้ารู้สึกกับเรายังไง
ก็ได้แต่ปล่อยให้มันค้างคาใจอยู่แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ


แต่เมื่อไม่นานมานี้ได้ดูหนังเรื่องนึง พระเอกได้พูดไว้ว่า
‘ความคิด’ และ ‘ความรู้สึก’ ถ้าไม่ออกมาเป็น ‘คำพูด’ ก็คงจะสื่อสารไม่ได้
จริงสินะ…พอมานึกย้อนเรามักจะหลอกตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่าไม่ต้องรู้คำตอบก็ได้
จะรัก หรือ ไม่รัก ก็ช่างมัน
ไม่ต้องบอกให้เค้ารู้หรอก

แค่เก็บความทรงจำดีๆแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ก็พอแล้ว…
หรือว่าจริงๆแล้วที่ไม่ 'กล้า'บอก
เพราะ‘กลัว’ คำตอบที่ไม่อยากได้ยินจากปากของเค้ากันแน่


หลังจากได้ฟังเพลง ‘เพื่อนรัก รักเพื่อน’ บวกกับคำพูดของพระเอกคนนั้น ก็กลับมานั่งคิด
แล้วก็มานั่งเขียนเล่าเรื่องของตัวเองให้อ่านตั้งยาวยืดจนมาถึงบรรทัดนี้เพื่อแบ่งปันให้คนอื่นได้อ่านกัน
ก็ตั้งใจว่าจะรวบรวมความกล้าโทรบอกเค้า
หลังจากไม่ได้คุยกันมาซักพัก
แม้รู้ว่าถ้าบอกเค้าไปตอนนี้
อาจจะโดนสวนกลับมาแน่ๆว่า “แกมาบอกอะไรป่านนี้” เหมือนในหนังเรื่อง 'เพื่อนสนิท'
แต่อย่างน้อยก็ได้บอกสิ่งที่ค้างคาใจมานาน


ความรู้สึกในตอนนี้คงไม่ได้ต้องการหรือคาดหวังจะได้อะไรจากคำตอบของเค้า
แค่อยากจะบอกว่า…
เคยรักเค้ามาก
เท่านั้นเอง…



เราขอสนับสนุนให้ทุกคนกล้าแสดงออกเรื่องความรัก

จาก Gift เองค่ะ :-)