Exclusive HereMade By Earn PiyadaNews and EventsAbout me Back to Home

เอิ้น พิยะดา กับโครงการเด็กไทยไม่กินหวาน

เอิ้น พิยะดา ห้องอัด




จากคำถามสู่ความอ่อนหวาน: เอิ้น ว่าที่คุณหมอนักแต่งเพลงดาวรุ่ง
เอิ้น - พิยะดา กับ โครงการเด็กไทยไม่กินหวาน

www.maikinwan.com | www.noynoi.com

หน้าตาเอิ้นบ้องแบ๊วแบบนี้แหละค่ะ...หากคุณชอบเพลงซึ้งๆ อย่างเพลงขอโทษ เพื่อนรักของ เอิร์น กัลยากร เพลงเจ็บซ้ำซ้ำ ลาลารักเธอ ของ แอน ธิติมา เพลงในละครนิราศสองภพ หรือเพลงฮิตล่าสุด "คำถาม" ที่ร้องโดยท็อฟฟี่ ในค่ายเพลง Lucks Music คุณคงจะแฟนเพลงของ พิยะดา หาชัยภูมิ หรือ “เอิ้น” ผู้หญิงตัวเล็กๆ เสียงเล็กๆ ที่ไม่ธรรมดา

เราตั้งวงคุยกับเอิ้น ณ ร้านกาแฟแถวสยามสแควร์ช่วง 6 โมงเย็น โดยเริ่มจากภูมิหลังของเธอ

เอิ้นเล่าให้ฟังว่าเธอเป็นคนเมืองที่คนไปไม่ถึง (เลย) จบจากโรงเรียนเลยพิทยาคม แล้วมาเรียนต่อที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม. มหิดล 1 ปีก่อนที่จะเอนท์ใหม่ จนติดคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ตอนนี้เธอเรียนอยู่ปี 5 แล้ว ที่มาเรียนแพทย์ก็เพราะเธอได้ช่วยดูแลคุณพ่อของช่วงที่เข้ารักษาตัวด้วยโรคมะเร็งตับ ตอนนั้นเป็นช่วงที่เธอกำลังเรียน ม. 6 อยู่พอดี เอิ้นคิดว่าเรียนหมอแล้ว จะได้ “ช่วยรักษาคน” ได้ โชคไม่ดีนักที่เธอต้องสูญเสียคุณพ่อก่อนหน้าวันสอบเอนท์วันเดียว วันนั้นเอิ้นไม่มีแก่จิตแก่ใจในการทำข้อสอบ และทำให้สอบติดคณะวิศวะ มหิดลไป จนกระทั่งปีรุ่งขึ้นเธอจึงสอบติดที่คณะแพทย์ ม. รังสิตตามที่ตั้งใจไว้

เอิ้นบอกกับเราว่า “อยากเป็นหมอแบบหมอเดว (สุริยเดว ทริปาตี)” คือมีโอกาสไปพูดให้ความรู้ตามโรงเรียน และที่ต่างๆ ให้คนฟัง เราสรุปกันดื้อๆ ว่าเอิ้นคงจะสนุกกับเรื่องป้องกันมากกว่ารักษาโรค หมอสุริยเดวเองคงจะชื่นใจกับลูกศิษย์คนนี้ไม่น้อยเหมือนกัน

พูดถึงความสามารถด้านดนตรี ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้ เคยเล่นจะเข้มาก่อน และชอบแต่งเพลงเพื่อคลายเครียด โดยซ้อมแต่งเพลงให้คุณพ่อ คุณแม่ พี่น้อง และเพื่อนๆ ตามวันสำคัญๆ อย่างวันเกิด วันพ่อ วันแม่ อยู่เป็นนิจ ความสามารถของเธอได้ปรากฏในแวดวงบันเทิงได้เป็นเรื่องของความบังเอิญแท้ๆ เพราะบริษัทโมเดลลิ่งแห่งหนึ่งที่เธอได้ไปทดสอบความสามารถด้วย ให้เธอแสดงความสามารถพิเศษ เธอจึงเลือกร้องเพลงที่เธอแต่งเองให้เขาฟัง แล้วก็บังเอิญว่าเขาคงชอบ เลยส่งวิดีโอทดสอบหน้ากล้องของเธอผ่านไปให้แมวมองของบริษัทแกรมมี่ ซึ่งหลังจากนั้นเธอก็ได้แต่งเพลงให้กับวงการไปราวๆ 12-13 เพลงแล้ว

จะเรียกได้ไหมน้าว่า... เอิ้นแจ้งเกิดในวงการเพลงมานานพอตัวแล้ว หนังสือ DDT เดือนมิถุนายน 2548 นี้ ก็ยอมรับความสามารถของเอิ้น โดยจัดอันดับให้เธอเป็น 1 ใน 10 ดาวรุ่งพุ่งแรง หรือ The Ten Next Best Blooming Buds ในวงการเพลงไทยสาขาต่างๆ โดยให้เธอเป็นนักแต่งเพลงดาวรุ่ง (Song writer)

ด้านบุคคลตัวอย่างในการแต่งเพลงนั้น เอิ้นปลื้มกับนักแต่งเพลงสองคน คือพี่บอยด์ โกสิยพงศ์ ที่สามารถ “สื่อความรู้สึก ออกมาจากใจให้คนฟังรู้สึกในอารมณ์ได้” กับพี่ดี้ นิติพงศ์ ห่อนาคที่สามารถ “จับสิ่งรอบๆ ตัวมาร้อยเรียง ให้คนเชื่อ” ส่วนตัวเธอเองนั้นมักจะถนัดแต่งเพลงในแนวซึ้งๆ เป็นส่วนใหญ่

ด้วยความบังเอิญที่เธอเป็นลูกศิษย์หมอสุริยเดว ซึ่งเป็นรองผู้จัดการฝ่ายนโยบายของเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน เราก็ได้ขอร้องให้เธอช่วยแต่งเพลงให้กับเราเกี่ยวกับความ “อ่อนหวาน” ด้วย

หลังจากได้รับการขอร้องให้ช่วยแต่งเพลง เอิ้นก็จัดแจงแต่งเนื้อร้องและทำนองเสร็จภายใน 24 ชั่วโมง โดยตั้งชื่อว่าเพลง “เลยต้องอ่อนหวาน” ซึ่งเป็นเพลงน่ารักๆ ที่ตั้งใจว่าจะให้ออกมาสไตล์ Dojo City แต่ผลออกมากลายเป็นสไตล์ของ Chol City โดยชล บุนนาค บัณฑิตหนุ่ม เศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์เป็นผู้เรียบเรียงและทำดนตรี หลังจากแต่งเพลงให้ศิลปินได้ดังกันไปเยอะแล้ว งานนี้เอิ้นกะจะดังเอง ด้วยการร้องเดี่ยวใน Original version และร้องคู่กับชล บุนนาค ใน Natural version

เครือข่ายเด็กไทยไม่ิกินหวานกำลังนำเอาเพลง เลยต้องอ่อนหวาน ไปทำเป็น CD ซึ่งจะมีทั้งหมด 3 version ได้แก่ Original version, Natural version, และ Backing track โดยใช้เป็น Theme song เพื่อโปรโมต การประกวด Sweet Enough Animation Contest หรือ Animation อ่อนหวาน ในหัวข้อ "วันนี้...เธอหวานไปหรือเปล่า?"

 

©2007-2008 EarnPiyada.com - contact@earnpiyada.com